วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564

มีตัวอย่างให้เห็นหลายคน! แลมพาร์ดลั่นฮาแวร์ทซ์แค่ต้องการเวลาปรับตัวสักหน่อย

 


"แฟร้งค์ แลมพาร์ด" ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษของ "เชลซี" กล่าวว่า "ไค ฮาแวร์ทซ์" มิดฟิลด์ดาวรุ่งของทีมแค่ต้องการเวลาในการปรับตัวสักหน่อย โดยบอกว่า "ฮาแวร์ทซ์" สามารถก้าวไปเป็นนักเตะชั้นยอดได้หากได้รับเวลาปรับตัวอย่างเต็มที่ เหมือนกรณีของ "โมฮาเหม็ด ซาลาห์" กับ "เควิน เดอ บรอยน์" นับตั้งแต่ที่ ฮาแวร์ทซ์ ย้ายมาอยู่กับ เชลซี เขาก็โดนตำหนิมาโดยตลอด เนื่องจากไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนตอนที่อยู่ เลเวอร์คูเซ่น ได้ ซึ่ง แลมพาร์ด มองว่าควรจะให้เวลาดาวเตะชาวเยอรมันปรับตัวมากกว่านี้

"ฮาแวร์ทซ์" ย้ายมาอยู่กับ "เชลซี" เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 62 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท) ซึ่งหลายคนก็คาดหวังว่าเขาจะทำผลงานได้โดดเด่นหลังจากที่เขาเคยเล่นได้ดีตอนอยู่กับ "ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น" แต่กลับกลายเป็นว่าจนถึงตอนนี้แข้งวัย 21 ปียังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เลยจนบางคนถึงขั้นมองว่าเขาเป็นการเสริมทัพที่ล้มเหลวที่สุดของซีซั่นนี้แล้ว

แลมพาร์ด เผยว่า "จากการทื่ได้ทำงานร่วมกับ ไค น่ะ ผมจึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าเขาไม่มีปัญหาเรื่องความมุ่งมั่นเลย แต่ถ้าคุณถามว่าตอนนี้เขามีความมั่นใจมากเหมือนกับแต่ก่อนรึเปล่ามันก็ต้องตอบว่า ไม่ เพราะเขากำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกับคนอื่นๆ ในทีม"

"เควิน เดอ บรอยน์ กับ โม ซาลาห์ ก็เคยย้ายมาเล่นที่นี่ตอนอายุพอๆ กับ ไค พวกเขาต้องย้ายไปเล่นที่อื่นและใช้เวลาพักหนึ่งก่อนที่จะกลับมา และตอนนี้พวกเขาก็เข้าขั้นเป็นตำนานของ พรีเมียร์ลีก แล้ว ผมเองก็ไม่อยากยกยอ ไค และทำให้เขากดดันหรอกนะ แต่เห็นได้ชัดว่าบรรดาวรุ่งที่ย้ายมาเล่นในลีกนี้น่ะต้องใช้เวลาในการปรับตัว ทุกคนต้องให้เวลาพวกเขา, อดทนกับพวกเขา และอาจจะไม่พุ่งเป้าไปที่พวกเขา"
  
"มันไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือน หรือจากการเล่นแค่ครั้งเดียว เขามีสไตล์การเล่นในแบบที่ถ้าเกิดทำบางอย่างไม่สำเร็จแล้วล่ะก็ ผู้คนก็จะอยากรุมสับเขา ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมเห็นนักเตะแบบนี้มาแล้วหลายคน และบางรายก็เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ ด้วย แต่ผมบอกกับพวกคุณเลยว่าความมุ่งมั่นของเขามันสูงมากๆ เขาวิ่งเป็นระยะทางรวมเยอะในหลายนัด และสถิติของเขาก็โดดเด่นสุดๆ เขาก็แค่ต้องการเวลาเพราะเราเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้งกับนักเตะหลายคน"

"ผมรู้จักเขาเป็นอย่างดี เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ดี และงานของผมก็คือการสั่งสอนเขาให้เหมือนกับการสั่งสอนนักเตะดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้เมื่อฤดูกาลก่อนที่สร้างชื่อให้กับตัวเองได้ไปแล้ว นอกจากนี้ผมก็ต้องคอยพัฒนาเขาให้ได้ต่อไปด้วย ตอนนี้มันเป็นเวลาที่ต้องทำให้เขามีความมั่นใจ และแสดงออกว่าผมหนุนหลังเขา ผมต้องแสดงให้เขาเห็นว่าผมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น