วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ยังไม่จบฤดูกาล! แมนฯยูไนเต็ดจ่อขยายสัญญายืมตัวอิกาโล่

เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว พร้อมอนุญาตให้ โอเดียน อิกาโล่ ต่อสัญญา

สกาย สปอร์ตส์ สื่ออังกฤษ รายงานข่าวว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ "เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว" สโมสรในลีกจีน ถึงเรื่องการยืมตัว "โอเดียน อิกาโล่" กองหน้าชาวไนจีเรีย มาใช้งานต่อหลังเจ้าตัวจะหมดสัญญาค้าแข้งที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมนี้ อิกาโล่ ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ยืมมาใช้งาน หลังจากที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าคนเก่งของทีมได้รับบาดเจ็บ จนทำให้ได้พักแข้งยาว ซึ่งกองหน้าชาวไนจีเรียก็สามารถทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ

"อิกาโล่" วัย 30 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจนับตั้งแต่ย้ายมาจาก "เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว" เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทำไปแล้ว 4 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 8 นัด ส่งผลให้ "โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" กุนซือหน้าทารกของ "ปีศาจแดง" ต้องการดึงไว้ใช้งานต่อ หลัง พรีเมียร์ลีก ต้องจบช้ากว่ากำหนดเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19

รายงานระบุว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด" จะยืมตัว "อิกาโล่" ต่อไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2021 แล้วจากนั้นค่อยกลับไปเล่นให้ทีมแดนมังกร แม้ ไชนีส ซูเปอร์ลีก เตรียมกลับมาเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้แล้วก็ตาม ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีก จะกลับมาเริ่มเล่นกันต่อตั้งแต่วันพุธที่ 17 มิ.ย. โดยจะมีการแข่งขัน 2 คู่ ซึ่งเป็นเกมตกค้างระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล และ แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก่อนที่โปรแกรมตามปกติของทุกคู่ในสัปดาห์แรกจะไล่เตะตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ถึงวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. นี้

ใครๆก็ต้องการเงิน! บาร์นส์เชื่อถ้ามีเงินเสนอเข้ามาเยอะซาลาห์-มาเน่ก็พร้อมย้าย

This Is Anfield [21/06/19] หงส์อาจขาด ซาลาห์-มาเน่ ต้นฤดูกาลใหม่ ...

ที่ผ่านมา "ลิเวอร์พูล" ต้องเสียนักเตะฝีเท้าดีในสังกัดมาแล้วหลายต่อหลายคน ทั้ง "หลุยส์ ซัวเรซ" และ "ราฮีม สเตอร์ลิง" ที่ย้ายออกจากทีมเงินก้อนโตในช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 รวมถึง "ฟิลิปปเป้ คูตินโญ่" เมื่อต้นปี 2018 อย่างไรก็ตาม "เจอร์เก้น คล็อปป์" ก็ยังสามารถสร้างแนวรุกก้าวขึ้นมาทดแทน โดยมี "โมฮาเหม็ด ซาลาห์" และ "ซาดิโอ มาเน่" เป็นแกนหลัก ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง และได้รับการยอมว่ารับเป็นทีมหนึ่งที่เก่งที่สุดในโลก โดยนักเตะในทีมก็ทำผลงานได้สุดยอดเช่นกัน

ด้าน "จอห์น บาร์นส์" อดีตดาวดังของ 'หงส์แดง' ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า สโมสรเก่าอาจต้องเสียสองดาวเตะคนสำคัญนี้ออกไป หากมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาให้ผู้เล่นพิจารณา "ในฟุตบอลสมัยใหม่ ทุก ๆ ทีมสามารถขายนักเตะกันได้ทั้งนั้นแหละ ดูอย่าง บาร์เซโลน่า ก็ยังถูกบังคับให้ขาย เนย์มาร์ ได้เลย"

"สิ่งที่ดึงดูดนักฟุตบอลในทุกวันนี้คือ ค่าเหนื่อยที่พวกเขาได้รับ ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าง ซาดิโอ มาเน่ หรือ โม ซาลาห์ หากใครเสนอเงินสักหนึ่งล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ พวกเขาก็พร้อมตกลงปลงใจไปร่วมทีมโดยไม่คิดถึงศักยภาพหรือมาตรฐานได้หรอก นี่คือความจริงของฟุตบอลสมัยใหม่ เรามีผู้เล่นยอดเยี่ยมมากมายที่ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ทั้ง เฟร์นานโด ตอร์เรส, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังเป็นเรื่องดีนะที่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล แข็งแกร่งเพราะเรื่องในสนามที่ประสบความสำเร็จ แต่ผู้เล่นเข้ามาก็ต้องจากไปอยู่ดี"

"ผมบอกเสมอกับแฟนบอลว่าให้สนับสนุนสโมสรไม่ใช่เพราะผู้เล่น นักเตะจะต้องไม่ถูกบังคับให้อยู่กับทีมต่อแบบขัดความรู้สึกของตัวเอง เพราะนั่นจะทำให้นักเตะมีอำนาจเหนือสโมสร ซึ่งเพราะเหตุนี้แหละ จะทำให้เขามีเรื่องรับผิดชอบน้อยลงกับผลงานในสนาม เรื่องดีที่ผมรับประกันได้คือสถานการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นภายใต้การทำงานของ คล็อปป์ เพราะเขาสามารถควบคุมผู้เล่นและทีมได้ นักเตะรู้ตัวดีว่าพวกเขาไม่สามารถล้ำเส้นเจ้านายคนนี้ได้หรอก"

ติดต่อมาจริง! เอเยนต์ยันกุนซือสโมสรดังของพรีเมียร์ลีกติดต่อซื้อโอซิมเฮน

เงิบไปเลย! ลิเวอร์พูล มึน ลีลล์ ตั้งค่าหัวแนวรุกเป้าหมายสุดแพง

"อาริโย่ อิกบายิโอล่า" เอเจนต์ของ "วิคเตอร์ โอซิมเฮน" กองหน้าตัวเก่งของ "ลีลล์" สโมสรดังแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ยืนยันว่า "โชเซ่ มูรินโญ่" ผู้จัดการทีมคนดังของ "ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์" สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้มีการติดต่อกับตนเกี่ยวกับเรื่องคว้าตัว "โอซิมเฮน" ไปร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ โอซิมเฮน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ลีลล์ จนทำให้เขาตกเป็นที่สนใจของสโมสรชั้นนำของอังกฤษ โดยฤดูกาลนี้ โอซิมเฮน ซัดไปแล้ว 18 ลูก จากจากลงเล่นรวมทุกรายการ 38 นัด

เชื่อกันว่า "สเปอร์ส" หวังที่จะกระชากตัว "โอซิมเฮน" มาร่วมทีม เพื่อแทนที่ "แฮร์รี่ เคน" ดาวยิงคนสำคัญ ซึ่งอาจอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ และถึงแม้ "อาร์เซน่อล" สโมสรคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน พร้อมเปิดศึกชิงตัว หัวหอกทีมชาติไนจีเรียวัย 21 ปี แต่ "ไก่เดือยทอง" เริ่มเดินเรื่องก่อน และได้มีการติดต่อกับเอเจนต์นักเตะเรียบร้อย ล่าสุด "อิกบายิโอล่า" คอนเฟิร์มว่า มีการพูดคุยกับ กุนซือ "สเปอร์ส" จริง แต่ก็แจงว่า "โอซิมเฮน" คงจะไม่ย้ายไปร่วมทัพ "สเปอร์ส" หาก "เคน" ยังอยู่กับทีม

"เราได้บอกกับ มูรินโญ่ ไปว่า ถ้าต้องการตัว วิคเตอร์ แล้ว แฮร์รี่ เคน จะย้ายออกไปหรือเปล่า?" อิกบายิโอล่า กล่าวกับ เดอะ เคเบิ้ล สื่อของไนจีเรีย "ถ้า เคน ยังอยู่กับ ท็อตแน่ม แล้ว วิคเตอร์ จะได้เล่นหรือ? เพราะถ้าเป็นแบบนี้ เขาคงต้องนั่งสำรองตลอด เคน คือกองหน้าเบอร์หนึ่งของพวกเขา และยังเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษด้วย ทุกอย่างที่สโมสรมันเวิร์คไปหมดสำหรับเขา แต่คนที่เสียหายก็คือ วิคเตอร์ น่ะสิ เขาจำเป็นต้องอยู่กับสโมสรที่ทำให้เขาได้ลงเล่นเต็มๆ เกมทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ปล่อยให้เขานั่งสำรอง"


"บาร์นส์" เชื่อ "ซาลาห์-มาเน่" พร้อมย้ายจาก ลิเวอร์พูล

จอห์น บาร์นส์ ตำนานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาแสดงความเห็นถึงอดีตต้นสังกัดของตัวเองว่ามีสิทธิ์สูงที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ จะย้ายออกจากทีมในอนาคต นั่นก็เพราะฟุตบอลสมัยใหม่เงินถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด




โดยในช่วงหลายฤดูกาลหลัง ลิเวอร์พูล ต้องเสียนักเตะกำลังหลักของทีมมาแล้วหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าจะเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง, หลุยส์ ซัวเรซ และ ฟิลิปปเป้ คูตินโญ่ ก่อนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่คนปัจจุบันจะสร้างทีมขึ้นมาใหม่จนแกร่งด้วยการมีแข้งอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

"ฟุตบอลสมัยใหม่ ไม่มีนักเตะที่อยู่กับสโมสรยาวนานแบบเดิมอีกแล้ว ทุกทีมสามารถขายนักเตะกันได้ทั้งนั้น สิ่งที่ดึงดูดนักฟุตบอลในทุกวันนี้คือ ค่าเหนื่อยที่พวกเขาได้รับ ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าง ซาดิโอ มาเน่ หรือ โม ซาลาห์ หากมีทีมใดเสนอเงินหนึ่งล้านปอนด์ต่อสัปดาห์ พวกเขาก็พร้อมไปร่วมทีมโดยไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น นี่คือความจริงของฟุตบอลสมัยใหม่"

"ผมเคยพูดเสมอว่า แฟนบอลควรต้องสนับสนุนสโมสรไม่ใช่เพราะผู้เล่น นักเตะจะต้องไม่ถูกบังคับให้อยู่กับทีมต่อแบบขัดความรู้สึกของตัวเอง เพราะนั่นจะทำให้นักเตะมีอำนาจเหนือสโมสร ซึ่งเพราะเหตุนี้จะทำให้เขามีเรื่องรับผิดชอบน้อยลงกับผลงานในสนาม"

"แต่เรื่องดีที่ผมรับประกันได้เลยก็คือเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นภายใต้การทำงานของ คล็อปป์ อย่างแน่นอนเพราะเขาสามารถควบคุมผู้เล่น และทีมงานได้เป็นอย่างดี จนมั่นใจว่าจะไม่มีนักเตะคนไหนกล้าออกนอกลู่นอกทาง" บาร์นส์ กล่าว

เก่งแต่ยังไม่ใช่! อดีตแข้งลิเวอร์พูลชี้เอ็มบัปเป้ไม่เหมาะกับลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์

เอ็มบัปเป้หลุด!แบโผ5แข้งสุดท้ายลุ้นโกลเด้นบอย

"เจสัน แม็คเคเทียร์" อดีตกองกลางของ "ลิเวอร์พูล" เชื่อว่า "คีลิยัน เอ็มบัปเป้" กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ "ปารีส แซงต์-แชร์กแมง" ไม่เหมาะกับสไตล์การเล่นของ "หงส์แดง" ภายใต้การนำทัพของกุนซือ "เจอร์เก้น คล็อปป์" ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เอ็มบัปเป้ ตกเป็นข่าวการย้ายทีมอย่างหนัก เนื่องจากเขาทำผลงานได้สุดยอดกับ เปแอสเช จนทำให้เขาตกเป็นที่สนใจของหลายสโมสร หนึ่งในนั้นคือ ลิเวอร์พูล

ช่วงที่ผ่านมา "เอ็มบัปเป้" เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ "ลิเวอร์พูล" แต่ "แม็คเคเทียร์" มองว่า ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสวัย 21 ปี ไม่น่าจะเป็นการเสริมทัพที่ดีของ "หงส์แดง" ณ เวลานี้ พร้อมระบุว่า "เจดอน ซานโช" ปีกจอมพลิ้ว "โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์" และ "ติโม่ แวร์เนอร์" หัวหอกเนื้อหอม "แอร์เบ ไลป์ซิก" น่าจะเหมาะกับทีมมากกว่า 

"คุณไม่สามรถหยุดนิ่งได้ ในฐานะผู้จัดการทีม คุณจำเป็นต้องมองไปข้างหน้าสองถึงสามขั้น มันเป็นหน้าที่ของ เจอร์เก้น ที่จะต้องจินตนาการภาพที่เขาเห็นในฤดูกาลหน้า เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลต่อๆ ไป เปแอสเช เป็นสโมสรที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มีความกระหายที่จะคว้าถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก และมีขุมกำลังนักเตะชั้นยอด แต่นักเตะหลายๆ คนของพวกเขาต้องการความท้าทายที่ใหญ่กว่า กระนั้นผมมองว่า เอ็มบัปเป้ ยังไม่ใช่ เขามีความเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่ในตัว แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะย้ายมา ลิเวอร์พูล"

"ผมไม่แน่ใจว่า เขาเป็นนักเตะที่ใช่สำหรับ เจอร์เก้น หรือเปล่า แต่สำหรับผมแล้ว เขายังไม่ใช่ ผมอยากเห็น แวร์เนอร์ กับ ซานโช ย้ายมาที่นี่มากกว่า เราอาจจะได้เห็น เอ็มบัปเป้ ที่ ลิเวอร์พูล ก็ได้ เพราะด้วยหลายๆ เหตุผล แต่ในแง่ของฟุตบอล ผมไม่รู้ว่า ตอนนี้เขาจะเหมาะกับทีมจริงๆ หรือเปล่า" อดีตแข้งชาวไอริชวัย 48 ปี กล่าวกับ Stats Perform News

เครื่องกำลังร้อน! มาห์เรซลั่นแมนฯซิตี้มีดีพอคว้าแชมป์ชปล.มาครองซีซั่นนี้

ใจมาเต็ม "มาห์เรซ" โวแมนฯ ซิตี้ มีสิทธิ์คว้าแชมป์ยุโรปซีซั่นนี้

"ริยาด มาห์เรซ" ปีกทักษะสูงของ "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความมั่นใจว่า ฤดูกาลนี้ต้นสังกัดตนมีโอกาสดีที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง มาห์เรซ กำลังทำผลงานได้โดดเด่นจนเป็นกำลังหลักของทีม ซึ่งปีกชาวแอลจีเรียมีส่วนสำคัญในชัยชนะของ เรือใบสีฟ้า และเขาก็พาทีมบุกไปเฉือน เรอัล มาดริด ถึงถิ่นกระทิงดุ ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ถึงแม้วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ทำให้การแข่งขันในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ถูกเบรกยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ทว่าจากสกานการณ์ตอนนี้ "แมนฯ ซิตี้" จ่อมากๆ ที่จะตบเท้าเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากที่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก พวกเขาบุกไปเอาชนะ "เรอัล มาดริด" 2-1 ซึ่ง "มาห์เรซ" มองว่า ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ซีซั่นนี้อาจจะถึงเวลาที่ "เรือใบสีฟ้า" ได้ผงาดในเวทียุโรป  

"ผมคิดว่า มันเป็นเวลาที่ดีสำหรับเราที่จะได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก" สตาร์ทีมชาติแอลจีเรียวัย 29 ปี กล่าว "เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม, มีผู้จัดการทีมที่เก่ง (เป๊ป กวาร์ดิโอล่า) เรามีครบทุกอย่าง ผมว่ามันคงเป็นเวลาที่ดีแล้วล่ะ ผมไม่รู้หรอกว่า เราเป็นทีมที่ดีที่สุดหรือเปล่า แต่เราดีพอที่จะคว้าแชมป์แน่นอน แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นการแข่งขันที่หินมากๆ เพราะทุกคนต่างอยากได้แชมป์ ดังนั้นมันคงจะเป็นการสู้ที่สนุกแน่ๆ"

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ที่ไหนก็ได้! คล็อปป์ยันไม่สนใจว่าลิเวอร์พูลจะได้ชูถ้วยแชมป์ลีกที่แอนด์ฟิลด์หรือไม่ก็ตาม

คล็อปป์” เชื่อมั่น กองเชียร์ “ลิเวอร์พูล” ร่วมลุ้นฉลองแชมป์ลีกที่บ้าน

"เจอร์เก้น คล็อปป์" ผู้จัดการทีมคนเก่งของ "ลิเวอร์พูล" ยืนยันตนไม่สนใจว่าต้นสังกัดจะได้ชูโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ที่สนามแอนฟิลด์ หรือที่ไหนก็ตาม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการเห็นทีมประสบความสำเร็จเท่านั้น ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในลีก จนทำให้พวกเขากำลังจะคว้าแชมป์ลีกในรอบ 30 ปีมาครองได้สำเร็จ แต่พวกเขาจะไม่ได้ชูถ้วยที่สนามเหย้าของตัวเอง และอาจจะไม่มีแฟนบอลมาร่วมฉลองด้วย

เกมลูกหนังเมืองผู้ดี ประกาศวันกลับมาลงแข่งกันต่อเรียบร้อยแล้ว กระนั้นมีความเป็นไปได้ว่าหลายๆ เกมที่จะลงแข่งอาจจะต้องใช้สนามกลาง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในแผน "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 17 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับทุกๆ เกมที่เหลืออยู่จะต้องลงแข่งแบบสนามปิด นั่นหมายความว่าหาก "ลิเวอร์พูล" ผงาดคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการ พวกเขาจะพลาดโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จที่รอคอยมานานถึง 30 ปีกับสาวก "เดอะ ค็อป" 

กระนั้นยังมีรายงานออกมาเพิ่มเติมว่า "ลิเวอร์พูล" อาจจะไม่ได้ชูโทรฟี่แชมป์ที่สนามแอนฟิลด์ เพราะเกมที่เหลืออยู่ของพวกเขาอาจจะต้องลงเตะในสนามกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการที่แฟนบอลออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงความยินดีกับแชมป์ที่รอคอยมานานแสนนาน

ในกรณีนี้ คล็อปป์ แสดงความเห็นว่า "สำหรับผมยังไงก็ได้ จะแข่งสนามว่างเปล่า หรืออะไรก็ได้ บลา บลา บลา หากได้คิด, อธิษฐาน และการได้รับความรักจากผู้คนทั่วโลกแน่นอนว่านี่คงเป็นวันที่พิเศษที่สุดในชีวิตของผม มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ผมก็ไม่รู้ เราหวังว่ามันจะเกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ แต่เราไม่รู้ และนั่นก็ไม่สำคัญหรอก"

นอกจากนี้ กุนซือชาวเยอรมัน ยังกระตุ้นให้สาวก "เดอะ ค็อป" พยายามรักษากฎของรัฐบาลที่ให้ทุกคนเว้นระยะห่างทางสังคม และควรจะอยู่บ้านแม้อาจจะอึดอัดที่ไม่ได้ออกมาฉลองแชมป์ก็ตาม "ผมได้ยินถ้อยคำดีๆ เมื่อวันก่อนว่าเรามีแฟนบอลในบ้านที่เจ๋งที่สุดในโลก และตอนนี้เราต้องเป็นแฟนบอลที่อยู่บ้านที่ดีที่สุดในโลกด้วย"



มานี่ดีกว่าเพื่อน! รือดิเกอร์เอ่ยปากชวนแวร์เนอร์ให้เลือกย้ายมาเล่นด้วยกันที่เชลซี

ข่าวดีหงส์! ไลป์ซิกใกล้ได้ตัวแทน"แวร์เนอร์"

"อันโตนิโอ รือดิเกอร์" กองหลังเลือดเบียร์ของ "เชลซี" สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้มีการเอ่ยปากชวน "ติโม่ แวร์เนอร์" กองหน้าตัวเก่งของ "แอร์เบ ไลป์ซิก" ให้เลือกย้ายมาเล่นด้วยกันในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง จนทำให้เขาได้รับความสนใจจากหลายๆ ทีม หนึ่งในนั้นคือ เชลซี ซึ่งทาง สิงโตน้ำเงินคราม มีข่าวกับกองหน้าชาวเยอรมันมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่พวกเขามีโอกาสน้อยที่จะได้ แวร์เนอร์ มาร่วมทัพ

"เชลซี" เป็นหนึ่งในบรรดาสโมสรที่ให้ความสนใจในตัว "แวร์เนอร์" แต่ "ลิเวอร์พูล" ถูกยกให้เป็นทีมที่มีโอกาสได้ตัวมากที่สุด ทว่าเมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวว่า "หงส์แดง" ได้ขอถอนตัวเรียบร้อย เนื่องจากไม่พร้อมทุ่มซื้อตามค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,950 ล้านบาท)

ล่าสุด บิลด์ ระบุว่า "รือดิเกอร์" ซึ่งเป็นเพื่อนซี้กับ "แวร์เนอร์" เนื่องจากเคยเล่นด้วยกันหลายปีที่ "เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท" ได้มีการติดต่อไปหา ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี เรียบร้อย พร้อมพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการย้ายมาร่วมก๊วน "สิงห์บลูส์" ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลหน้า 

ทั้งนี้ เชื่อกันว่า "เชลซี" มีกำลังเงินมากพอที่จะเซ็นสัญญากับ "แวร์เนอร์" หลังได้เงินก้อนโตจากการขาย "เอแด็น อาซาร์" สตาร์ทีมชาติเบลเยียม ให้ "เรอัล มาดริด" เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

จิตใจทำด้วยอะไร! ตำนานวิลล่าประกาศให้โลกรู้ว่าตนเกลียดชังดิมัตติโอ

อักบอนลาฮอร์" ประกาศแขวนสตั๊ด ยุติเส้นทางตำนาน "วิลล่า"

"กาเบรียล อักบอนลาฮอร์" ตำนานหัวหอก "แอสตัน วิลล่า" ประกาศให้โลกรู้ว่าตนเกลียดชัง "โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ" อดีตผู้จัดการทีม "สิงห์ผงาด" หลังจากรับไม่ได้ที่ กุนซือชาวอิตาเลียน ปฏิเสธที่จะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ "สติลิยัน เปตรอฟ" ทั้งๆ ที่ต่อสู้จนเอาชนะโรคมะเร็งได้ก็ตาม ดิ มัตติโอ ขึ้นชื่อเรื่องทำให้คนเกลียดมาหลายคนแล้ว ซึ่ง อักบอนลาฮอร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งกุนซือชาวอิตาเลียนแสดงให้เห็นถึงความไม่เห็นใจ และไม่สงสารใครเลย

กองกลางชาวบัลแกเรีย ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดฉับพลัน หรือ "ลูคีเมีย" เมื่อปี 2012 ทั้งๆ ในเวลานั้นเขาอายุเพียงแค่ 32 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามเจ้าตัวพยายามต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเต็มที่จนกระทั่งหายขาด 

จากนั้น "เปตรอฟ" ก็กลับมาฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นกับเพื่อนร่วมทัพ "สิงห์ผงาด" เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2016/17 แต่แล้วเหมือนฟ้าผ่าเข้ากลางดวงใจเมื่อเขาได้รับการบอกกล่าวจาก "ดิ มัตเตโอ" ที่ในเวลานั้นนั่งกุมบังเหียนทีมว่าเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการทำทีม แม้นักเตะจะยอมเล่นให้แบบฟรีๆ แต่ก็โดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี 

อักบอนลาฮอร์ เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ผมจะเกลียดเขาไปตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของผมสำหรับเรื่องนี้ ผู้จัดการทีมคนอื่นๆ แสดงความเห็นใจด้วยการให้สัญญาเขาแบบจ่ายเงินเท่าที่ได้ลงเล่น อาจจะ 1 เดือน หรือ 6 เดือน แล้วคอยเช็คว่าคุณทำผลงานได้เป็นยังไง"
    
"เรื่องนี้มันโหดเหี้ยม และไร้หัวใจมากๆ ที่ไม่ให้โอกาสเขา คุณรู้ใช่ไหมว่าผมหมายถึงอะไร ? ลองนึกภาพตอนที่คุณหายจากโรคร้าย คุณต้องพยายามเรียกความฟิต หลังจากที่น้ำหนักลดฮวบลในช่วงที่เข้ารับการรักษา คุณกลับมาได้ คุณวิ่งได้ราวกับเด็กอายุ 19 ปีในช่วงปรีซีซั่น แล้วคุณจะไม่ให้อะไรตอบแทนเขาเลยเหรอ ? เข้าใจผมใช่ไหม ?"  

"ผมแค่อยากจะบอกกับ ดิ มัตเตโอ ว่า -นายทำอะไรอยู่ ? นายเป็นคนแบบไหน.....- จนกระทั่งปัจจุบัน ไม่มีคำพูดไหนที่จะพรรณาถึงตัวเขาได้ ถ้าผมได้เจอกับ ดิ มัตเตโอ ผมจะบอกเขาว่า -นายมันห่วยแตกที่ไม่ยอมให้อะไรซักอย่างกับเขา-" อักบอนลาฮอร์ กล่าว 

ยังไงก็เอา! เปแอสเชตกลงค่าตัวอีการ์ดี้กับอินเตอร์เรียบร้อยแล้ว

อีการ์ดี้"กองหน้าอาร์เจนไตน์ สนย้ายซบทีมนาโปลี | สยามรัฐ

"ปารีส แซงต์-แชร์กแมง" สโมสรมหาอำนาจแห่งวงการ ลีก เอิง ฝรั่งเศส บรรลุข้อตกลงกับ "อินเตอร์ มิลาน" ถึงเรื่องการดึง "เมาโร อีการ์ดี้" กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์มาร่วมทัพเป็นการถาวรได้แล้ว หลังจากทั้ง 2 ทีมตกลงเรื่องค่าตัวกันได้ที่จำนวนรวม 57 ล้านยูโร (ประมาณ 1,995 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศอิตาลี หลายเดือนที่ผ่านมา อีการ์ดี้  ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เปแอสเช จนทำให้กองหน้าเลือดฟ้าขาวกำลังจะเป็นนักเตะของ ปารีสฯ แบบถาวร

"อีการ์ดี้" มาเล่นแบบยืมตัวกับ "ปารีสฯ" ด้วยสัญญา 1 ฤดูกาล เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน หลังจากมีปัญหาขัดแย้งกับคนใหญ่คนโตของ "อินเตอร์" ซึ่งดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ก็ทำผลงานได้โดดเด่น ด้วยการทำไป 20 ประตู จากการลงเล่น 31 นัดในทุกรายการ ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือว่า "เปแอสเช" ต้องการใช้อ็อปชั่นดึงเขามาร่วมทัพแบบถาวร

ทั้งนี้ "ปารีสฯ" พยายามเร่งการเจรจามาโดยตลอด หลังจากที่อ็อปชั่นซื้อขาดมันจะหมดอายุลงในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมนี้แล้ว และล่าสุดทั้ง 2 ทีมก็บรรลุข้อตกลงกันได้แล้ว โดยจะแบ่งเป็นเรื่องค่าตัวที่ต้องจ่ายแน่นอน 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,750 ล้านบาท) ส่วนอีก 7 ล้านยูโร จะเป็นค่าเงื่อนไขถ้าหาก "อีการ์ดี้" ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้

กลับหรือไม่กลับ? กรูยิชตอบชัดหลังมีข่าวกับลิเวอร์พูล

มาร์โก กรูยิช ยังคงอยู่กับแฮร์ธ่าต่อในฤดูกาล 2019-20 - Liverpool FC

"มาร์โก กรูยิช" กองกลางที่ "ลิเวอร์พูล" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปล่อยให้ "แฮร์ธ่า เบอร์ลิน" ยืมตัวไปใช้งานนั้น กล่าวว่าตนยังมีความฝันที่จะได้ลงเล่นและเป็นกำลังหลักของ "หงส์แดง" อยู่ กรูยิช กำลังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นกับ แฮร์ธ่า จนช่วยให้ทีมกำลังมีผลงานดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นส่งผลให้แฟนบอลบางส่วนเชียร์ให้เขากลับมาเล่นที่ แอนด์ฟิลด์

"กรูยิช" ย้ายจาก "เซอร์เวน่า ซเวซด้า" (เร้ด สตาร์ เบลเกรด) มาอยู่กับ" ลิเวอร์พูล" เมื่อปี 2016 แต่เขาก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมายึดเตำแหน่งตัวจริงให้ทีมกับได้ ซึ่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 เขาก็ต้องไปเล่นแบบยืมตัวกับ "แฮร์ธ่า" และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีจนทีมของเยอรมนียืดสัญญายืมตัวกับเขาให้มีผลในฤดูกาลนี้ต่อ โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็มีแฟนบอล "ลิเวอร์พูล" บางส่วนที่แสดงความต้องการให้เขากลับมาเล่นกับทีมด้วย

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ กรูยิช ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล และพอโดนถรามว่าเขายังติดต่อกับคนของ ลิเวอร์พูล อยู่บ้างหรีอไม่ เจ้าตัวก็ตอบว่า "หลักๆ แล้วผมติดต่อกับ จูเลียน (วอร์ด ผู้จัดการฝ่ายพันธมิตรด้านการยืมตัวและด้านฟุตบอลของ ลิเวอร์พูล) เขาคุยกับผมเกี่ยวกับการซ้อม, การออกกำลังกายที่บ้านอยู่ตลอด ส่วนช่วงนี้เราก็มักจะพูดกันทั้งในช่วงก่อนและหลังเกมอยู่เสมอในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเราสามารถปรับปรุงด้านไหนกันได้บ้าง"

"แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่มีความหมายมากๆ ผมยังเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล และสักวันหนึ่งผมก็อยากจะเป็นคนที่ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง สำหรับผมแล้วการได้เล่นให้สโมสรยังเป็นความฝันของผมอยู่ ดังนั้นเราเลยยังติดต่อกันอยู่บ้าง"

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ต่ำกว่านี้ก็ไปหาคนอื่น! ปธ.ไลป์ซิกลั่นไม่ขายแวร์เนอร์ในราคาสุดถูกอย่างแน่นอน

ข่าวดีหงส์! ไลป์ซิกใกล้ได้ตัวแทน"แวร์เนอร์"

"โอลิเวอร์ มินต์ซลาฟฟ์" ประธานบริหาร "แอร์เบ ไลป์ซิก" สโมสรดังแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า "ติโม่ แวร์เนอร์" กองหน้าคนสำคัญของทีม จะไม่ถูกขายออกไปแบบราคาถูกๆ อย่างแน่นอน แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่องกับ ไลป์ซิก จนทำให้เขาตกเป็นข่าวการย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี ลิเวอร์พูล ที่เป็นข่าวกับกองหน้าชาวเยอรมันมากที่สุด

"แวร์เนอร์" กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "ลิเวอร์พูล" ที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวว่า "หงส์แดง" ไม่พร้อมจ่ายตามค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,950 ล้านบาท) และล่าสุด ซีอีโอ "ไลป์ซิก" ก็ได้ออกมาย้ำชัดว่า จะไม่มีการลดมูลค่าของ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี อย่างแน่นอน ถึงแม้ทุกสโมสรต่างมีปัญหาเรื่องการเงิน จากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ก็ตาม

"มันจะไม่ถูกกว่านี้แน่นอน เราจะไม่ขายนักเตะในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่า ถ้าหากเขายังมีสัญญากับสโมสรมากกว่าหนึ่งปี ปกติเราก็มักจะเจอคำถามต่อมาอีกว่า เราจะสามารถหาใครมาแทนที่ได้หรือเปล่า ถ้าหากเราขายเขาในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่า? แต่ สำหรับผมแล้ว ผมจะคิดเรื่องแบบนี้ก็ต่อเมื่อมันมีข้อเสนอที่เป็นชิ้นเป็นอันเข้ามาวางบนโต๊ะจริงๆ" มินต์ซลาฟฟ์ 

ใกล้จะถึงฝั่งแล้ว! โรเบิร์ตสันเผยแข้งลิเวอร์พูลมุ่งมั่นเก็บชัยชนะคว้าแชมป์ลีกมาครอง

ไม่กลัวใครทั้งนั้น!โรเบิร์ตสันลั่นทุ่มเต็มร้อยให้ลิเวอร์พูล - www ...

พรีเมียร์ลีก ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าฟุตบอลจะกลับมาแข่งขันกันต่อ โดยเบื้องต้นจะเริ่มแข่งในวันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้ หลังหยุดเตะไปตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มในลีกได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้พวกเขากำลังจะได้แชมป์ลีกในรอบ 30 ปีไปครองในที่สุด โดยตอนนี้พวกเขาต้องการชนะอีกแค่ 2 แมตช์
   
สำหรับ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้พวกเขานำห่าง "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" 25 คะแนน และต้องการชัยชนะ 2 จากจาก 9 เกมที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 หรือประมาณ 3 ทศวรรษ

โรเบิร์ตสัน เปิดใจว่า "30 ปีมันช่างยาวนานสำหรับสโมสรแห่งนี้ และบางทีแฟนบอลก็คงไม่ได้คาดคิดว่าเราต้องรอคอยกันถึง 9 สัปดาห์เมื่อเราต้องหยุดการแข่งขัน แต่เรากลับมาแล้ว เราจะได้ลงแข่งอีกครั้ง เราพยายามเรียกจังหวะของเรากลับมา และหวังว่าเราจะเก็บชัยชนะที่เราต้องการเพื่อคว้าแชมป์ และนั่นเป็นเป้าหมายของเราในตอนนี้"

"หวังว่าเราจะได้ฉลองแชมป์ถ้าเราจบงานของเราสำเร็จ และมีเวลาให้ฉลองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่สำหรับตอนนี้เราต้องมีสมาธิ เรารู้ว่าเกมกำลังจะกลับมา และเราต้องคว้าชัยชนะให้ได้ จากนั้นก็นำโทรฟี่แชมป์มาให้กับสโมสรแห่งนี้" แบ็กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ ระบุ


อดีตมือ1ของโลกยังพลาด! ฟานเดอร์ฮาวป้องเดเคอาหลังถูกวิจารณ์ฟอร์มตก

เดเคอาไม่สนเรื่องสัญญาชี้มีสิ่งอื่นสำคัญกว่า - www.sportvip2541 ...

"ไรมอนด์ ฟาน เดอร์ ฮาว" อดีตนายทวารมือ 2 "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" เปรียบเทียบ "ดาบิด เด เคอา" ผู้รักษาประตูมือ 1 ชาวสแปนนิช กับ "ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล" ตำนานโกลชาวเดนมาร์ก พร้อมสวนบรรดาพวกที่ชอบวิจารณ์ความผิดพลาดของนายด่าน "ปีศาจแดง" ฤดูกาลนี้ เด เคอา ทำผลงานได้น่าผิดหวังพอสมควร หลังจากที่ทำพลาดหลายครั้ง จนทำให้ทีมเสียประตูสำคัญ และทำให้ทีมพลาดโอกาสชนะ หรือแพ้ไปในที่สุด

โกลทีมชาติสเปน ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักหลังทำผิดพลาดหลายครั้งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม "ฟาน เดอร์ ฮาว" ยืนยันว่าขนาด "ชไมเคิ่ล" ที่ว่าเหนียวหนึบยังเคยทำผิดพลาด และเชิดชู "เด เคอา" เป็นโกลที่สุดยอดอย่างแท้จริง

"ยูไนเต็ด มีผู้รักษาประตูที่สุดยอดมากๆ เด เคอา ทำผลงานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นหนึ่งในโกลที่เก่งที่สุดในอังกฤษ ไม่ใช่แค่ปีเดียวเท่านั้น แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ฤดูกาลที่แล้วเขาทำผิดพลาดแค่ 2 ครั้ง แต่นั่นเป็นเรื่องปกติ เขาก็แค่มนุษย์คนนึง และถ้าผมมองย้อนกลับไปตอนที่ผมอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนั้นผมได้เห็น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ครั้งแรก แล้วผมคิดว่าเขาคงไม่เคยทำผิดพลาด แต่จากนั้นในช่วงระหว่างฤดูกาลที่คว้าทริปเบิ้ลแชมป์ เขาก็เคยมีช่วงเวลาที่ย่ำแย่ และคุณต้องประหลาดใจว่ามันเป็นไปได้ยังไง เด เคอา ทำผลงานได้ดีมากๆ แต่เขาก็มีโอกาสทำผิดพลาดได้"

แพงเกินไป! อาร์เซน่อลแจงไม่มีกำลังเงินมากพอขอยืมคูตินโญ่ใช้งาน

Live ข่าวมาไวไปไว! อาร์เซน่อล ขอถอนตัว สู้ราคาค่ายืมตัว คูตี้ ไม่ ...

"อาร์เซน่อล" สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้แจ้งกับ "บาร์เซโลน่า" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เรียบร้อยแล้วว่า พวกเขาไม่มีกำลังเงินมากพอที่จะขอยืมตัว "ฟิลิปเป้ คูตินโญ่" กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน มาใช้งานในฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำระดับโลก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คูตินโญ่ ยังคงตกเป็นข่าวการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง เพราะว่า บาร์ซ่า ไม่ต้องการเก็บมิดฟิลด์เลือดแซมบ้าไว้กับทีมต่อ และต้องการทำเงินจากการขาย คูตินโญ่ เพื่อระดมทุนไปซื้อ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

เป็นที่คาดกันว่า อดีตสตาร์ "ลิเวอร์พูล" อาจจะได้คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า เนื่องจาก "บาเยิร์น มิวนิค" ตัดสินใจเรียบร้อยที่จะไม่ซื้อขาด "คูตี้" เมื่อสิ้นสุดสัญญายืมตัวหลังจบฤดูกาลนี้ 

เชลซี, อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างมีข่าวอยากได้ตัว คูตินโญ่ โดย อีเอสพีเอ็น อ้างว่า บาร์เซโลน่า ได้เปิดทางให้ "ไอ้ปืนใหญ่", "ไก่เดือยทอง" และ "ปีศาจแดง" มีโอกาสได้เซ็นสัญญากับ คูตินโญ่ แบบยืมตัว แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่ายเงินค่ายืมตัว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 390 ล้านบาท) รวมถึงช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้ตัวนักเตะ ซึ่งตกอยู่ที่สัปดาห์ละ 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 9.75 ล้านบาท) ด้วย ซึ่งเงื่อนไขตรงนี้ อาร์เซน่อล ได้ขอปฏิเสธเรียบร้อย 

อย่างไรก็ตาม "บาร์เซโลน่า" พร้อมที่จะขายขาด สตาร์ทีมชาติบราซิลวัย 27 ปี เช่นกัน โดยหวังที่จะได้เงินเข้าสโมสรอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากค่าตัว 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,538 ล้านบาท) ตอนที่พวกเขาซื้อมาจาก "ลิเวอร์พูล" เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 แต่นั่นก็อาจจะยังคงสูงเกินไปสำหรับหลายสโมสร ที่ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

อยู่ต่อเลยได้ไหม! แมนฯยูไนเต็ดอัพค่าเหนื่อยล่อโกเมสต่อสัญญากับทีม

หวังให้ต่อ!! แมนยูอัพค่าเหนื่อยกล่อมโกเมสต่อสัญญา - หลุดเดี่ยว คอม ...

"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้ "อังเคล โกเมส" กองกลางดาวรุ่งของทีมเป็นเกือบ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ตามรายงานของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี โกเมส เป็นดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และเป็นที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งเขาใกล้จะหมดสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว และเขาก็เป็นที่สนใจของหลายสโมสรด้วย

"โกเมส" ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของคนใน "แมนฯ ยูไนเต็ด" ตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากสัญญาของเจ้าตัวมีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น และจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเลย ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า "เชลซี" และ "บาร์เซโลน่า" ให้ความสนใจในตัวเขาอยู่

สำหรับปัจจุบันนั้น "โกเมส" รับค่าเหนื่อยอยู่ที่สัปดาห์ละ 17,000 ปอนด์ (ประมาณ 680,000 บาท) โดยที่จริงก่อนหน้านี้ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ยื่นข้อเสนอที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เป็น 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 800,000 บาท) ต่อสัปดาห์ไปแล้ว แต่โดนอีกฝ่ายปฏิเสธไป โดยถ้าหากแข้งวัย 19 ปี ยอมรับข้อเสนออันใหม่แล้วล่ะก็ มันก็จะทำให้เขาได้ค่าเหนื่อยต่อปีอยู่ที่ 1.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 60 ล้านบาท)

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ต้องการมาก! แมนฯยูไนเต็ดใช้แข้งดังของทีมเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อซานโช่

แมนยูฯ” ทำช็อก เตรียมทุ่มเงินบวกแข้งดังแลก “ซานโช”

"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ใช้ "อเล็กซิส ซานเชซ" กองหน้าจอมพลิ้วเลือดชิเลียน เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว "เจดอน ซานโช" ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ "โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อกีฬาชั้นนำของสโมสร เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมีข่าวเกี่ยวโยงกันต่อเนื่อง เนื่องจาก ปีศาจแดง ต้องการเสริมแนวรุกของทีมอย่างมาก และปีกดาวรุ่งเลือดผู้ดีก็ทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ จึงทำให้เขาเป็นที่สนใจของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ด้วยการที่ "ดอร์ทมุนด์" ยืนยันชัดเจนว่า จะไม่ยอมขาย "ซานโช" ในราคาที่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) ซึ่งนั่นถือว่าเกินกำลังสำหรับ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ที่ช่วงนี้กำลังมีปัญหาด้านการเงิน หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" 

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ "ปีศาจแดง" เลือกใช้ตัวช่วย เพื่อที่จะได้จ่ายน้อยลง โดย มุนโด้ เดปอร์ติโบ ระบุว่า ทีมแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ 20 สมัย ได้ใส่ "อเล็กซิส" ซึ่งปัจจุบันเล่นอยู่กับ "อินเตอร์ มิลาน" แบบสัญญายืมตัว เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ด้วย 

มีปัญหาทางการเงิน! ลิเวอร์พูลล้มเลิกแผนล่าตัวแวร์เนอร์เพราะจ่ายไม่ไหว

เจอปัญหาใหญ่ “ลิเวอร์พูล” ล้มแผนล่า “แวร์เนอร์” แล้ว

"ลิเวอร์พูล" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล้มเลิกแผนการที่จะล่าตัว "ติโม่ แวร์เนอร์" กองหน้าตัวเก่งของ "แอร์เบ ไลป์ซิก" สโมสรแกร่งแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานจาก เดอะ มิร์เนอร์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตลอดช่วงที่ผ่านมา แวร์เนอร์ ตกเป็นข่าวการย้ายทีมต่อเนื่อง โดยมี ลิเวอร์พูล ที่มีข่าวกับเขามากที่สุด แต่ตอนนี้ทุกๆ สโมสรมีปัญหาทางการเงิน ทำให้ หงส์แดง ถอนตัวเรื่องการคว้าตัวกองหน้าชาวเยอรมัน

"แวร์เนอร์" กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป โดยที่ "ลิเวอร์พูล" ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ตัว ทว่า "ไลป์ซิก" ยืนยันชัดเจนที่จะไม่ขาย "แวร์เนอร์" ในราคาที่ต่ำกว่าค่าฉีกสัญญา 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,950 ล้านบาท) ขณะที่ "หงส์แดง" ให้ได้เต็มที่ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,170 ล้านบาท) เท่านั้น เนื่องจากสโมสรกำลังมีปัญหาด้านการเงิน หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

ล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ ระบุว่า ทีมแชมป์ยุโรป 6 สมัย ได้ถอนตัวจากการเจรจากับ "ไลป์ซิก" แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาเยิร์น มิวนิค, อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส ที่ต่างกำลังจับตาดูสถานการณ์ของ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี เช่นกัน

โอกาสมาแต่คว้าไม่ได้! นาเกิลส์มันน์รับผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมเสมอแฮร์ธ่า

ไลป์ซิก" 10 คนเกือบเฮ พลาดโดนแฮร์ธาไล่เจ๊า 2-2 ศึกบุนเดสลีกา

"ยูเลียน นาเกิลส์มันน์" เทรนเนอร์หนุ่มไฟแรงของ "แอร์เบ ไลป์ซิก" ยอมรับว่า รู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม หลังจากที่ "ไลป์ซิก" ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ "แฮร์ธ่า เบอร์ลิน" 2-2 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แม้ว่าฟอร์มช่วงหลังของ ไลป์ซิก จะยังไม่แพ้ใคร แต่มันก็มักจะได้ผลเสมอเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ นาเกิลส์มันน์ ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เพราะพวกเขามีโอกาสที่จะขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

"มาร์โค กรูยิช" ทำประตูให้ "แฮร์ธ่า" ขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 9 ทว่า "ไลป์ซิก" มาตีเสมอเป็น 1-1 ได้จาก "ลูคัส คลอสเตอร์มันน์" นาทีที่ 24 ถึงแม้นาทีที่ 63 เจ้าถิ่นมาเหลือผู้เล่น 10 คน (มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก ได้รับใบเหลืองที่สอง) แต่ก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 นาทีที่ 68 จาก "พาทริค ชิค" 

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 82 ทีมเยือนมาตีเสมอเป็น 2-2 และแบ่งแต้มกลับออกไปได้ จากการสังหารลูกจุดโทษของ "คริสตอฟ ปิออนเท็ค" ซึ่งผลเสมอนัดนี้ทำให้ "ไลป์ซิก" พลาดโอกาสแซง "โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์" ขึ้นรองจ่าฝูง โดยรั้งอันดับสามเช่นเดิม มี 55 แต้ม จาก 28 นัด ตามหลัง "บาเยิร์น มิวนิค" ทีมจ่าฝูง ถึง 9 แต้ม 

"ผมแฮปปี้กับหนึ่งแต้มที่ได้ แต่ไม่แฮปปี้เลยกับเกมของเรา เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่า เราจะตกเป็นฝ่ายตามหลังบ่อยๆ ไม่ได้ เราตั้งรับลูกเตะมุมได้แย่มาก ซึ่งหลังจากนั้นมันก็กลายเป็นงานยากสำหรับเรา จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะ แต่เกมก่อนหน้านี้ แฮร์ธ่า ลงเล่นตั้งแต่วันศุกร์ ส่วนเราเตะวันอาทิตย์ และก็มาเตะคู่แรกในวันพุธ วันนี้เรามีโอกาสดีที่จะไต่อันดับขึ้นไป แต่สุดท้ายเราทำไม่ได้" กุนซือเลือดเบียร์วัย 32 ปี กล่าวหลังเกม

ช้าไปนิด! อดีตกุนซือเซาธ์แฮมป์ตันเผยเหตุผลที่แมนฯยูไนเต็ดเคยถูกปัดข้อเสนอคว้าเบล

ช้าไปนิด อดีตกุนซือ เซาธ์แฮมป์ตัน เผย แมนยู เกือบได้ตัว แกเร็ธ เบล ...

"จอร์จ เบอร์ลี่ย์" อดีตผู้จัดการทีมสโมสรเซาธ์แฮมป์ตัน เผยทัพ "นักบุญ" เคยปัดข้อเสนอจำนวน 3 ล้านปอนด์ (ราว 114 ล้านบาท) ของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ที่ต้องการซื้อตัว "แกเร็ธ เบล" ไปร่วมทีม โดยเหตุผลเพราะพวกเขาเพิ่งจะตอบรับข้อเสนอขาย "ธีโอ วัลค็อตต์" ให้กับ "อาร์เซน่อล" หลายปีที่ผ่านมา เบล เคยทำผลงานได้โดดเด่นในพรีเมียร์ลีก และมีประโยชน์ในการใช้งานมาก เพราะดาวเตะชาวเวลส์มีความเร็ว เล่นได้หลายตำแหน่ง อีกทั้งยังจบสกอร์ได้เฉียบคมอีกด้วย ทำให้ตอนนั้นเขาตกเป็นที่สนใจของ ปีศาจแดง

ทัพ "ปีศาจแดง" แสดงความต้องการอยากเซ็นสัญญากับ "เบล" อย่างมากเมื่อฤดูกาล 2006/2007 โดยในเวลานั้น "เดวิด กิลล์" ประธานบริหาร และ "เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" ได้เข้าพบกับผู้บริหารทัพ "นักบุญ" กับ "เบอร์ลี่ย์" เพื่อที่จะหาข้อตกลงเรื่องการย้ายทีม

อย่างไรก็ตามบทสรุปสุดท้าย "เบล" ไม่ได้ย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเรื่องนี้ "เบอร์ลี่ย์" ได้ให้ความเห็นว่า "เขาเหมือนกับนักเตะปีกที่เล่นฟูลแบ็ก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจตัวเขามากๆ ผมยังจำได้ตอนที่อยู่ในโรงแรม และพูดคุยกับเซอร์อเล็กซ์ ร่วมกับประธานบริหาร (แมนยูไนเต็ด)"

"เราเพิ่งขาย ธีโอ วัลค็อตต์ ด้วยราคา 12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) ให้กับ อาร์เซน่อล และพวกเขาก็เสนอเงินจำนวนสามหรือสี่ล้านปอนด์ ซึ่งเราบอกไปว่า -ไม่มีทาง- ผมคิดว่าพวกเขาก็รู้สึกกังวลนิดหน่อยเรื่องการเล่นเกมรับของเขา แต่เราทำงานได้ดี และเขาสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้" อดีตกุนซือ "เดอะ เซนต์ส" ระบุ

ใช้นักเตะแทนเงิน! เรอัลมาดริดเสนอ4แข้งแลกป็อกบาร่วมทัพ

จ่ายไหวก็เอาไป! สื่อดังเผย ผีขอ 150 ลป. แลกตัว ป็อกบา | Buaksib

"เรอัล มาดริด" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน พร้อมที่จะเสนอนักเตะของทีมให้กับ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ถึง 4 คน เพื่อแลกกับการได้ "ปอล ป็อกบา" ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี ป็อกบา ยังคงตกเป็นข่าวการย้ายทีมต่อเนื่อง ซึ่ง เรอัล มาดริด ก็เป็นหนึ่งในทีมที่สนใจแข้งชาวฝรั่งเศสมากที่สุด โดยพวกเขาพร้อมจะใช้ 4 แข้งของทีมเพื่อแลกกับมิดฟิลด์เลือดน้ำหอมเพียงคนเดียว

"ป็อกบา" ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมกับทั้ง "มาดริด" และ "ยูเวนตุส" อย่างหนักเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน หลังจากว่ากันว่าเขาหมดความสุขกับการเล่นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้ว และจนถึงตอนนี้อนาคตของเขาก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยที่ "มิโน่ ไรโอล่า" เอเยนต์ของเจ้าตัวยังชอบออกมาพูดในเชิงที่ว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสอาจย้ายทีมอยู่บ่อยๆ ด้วย

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ทีมฟุตบอลทุกทีมได้รับผลกระทบทางการเงิน แม้กระทั่ง "มาดริด" ก็โดนแบบนั้นเหมือนัน ทำให้พวกเขาตั้งใจจะส่งนักเตะไปให้ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ถึง 4 คน เพื่อแลกกับการที่จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าตัวของ "ป็อกบา" โดยทั้ง 4 รายที่ว่าประกอบไปด้วย มาร์ติน โอเดการ์ด, ฮาเมส โรดริเกซ, ลูกัส บาซเกซ และ บราฮิม ดิอาซ

อย่างไรก็ตาม มันก็มีโอกาสสูงที่ "มาดริด" จะไม่สมหวังเช่นกัน เพราะว่ากันว่า "โอเล่ กุนนาร์ โซลชา" ผู้จัดการทีม "แมนฯ ยูไนเต็ด" มุ่งมั่นกับการให้ "ป็อกบา" ได้จับคู่ในแดนกลางร่วมกับ "บรูโน่ แฟร์นันด์ส" มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสมากๆ หลังจากเชื่อว่าการประสานงานกันของทั้งคู่จะช่วยทำให้ทีมกลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ยากมาก! ฟาฟร์รับดอร์ทมุนด์มีโอกาสน้อยมากที่จะคว้าแชมป์บุนเดสฯ

แต้มขาดแล้ว ! ฮุมเมิ่ลส์ ทำใจยอมรับ แทบหมดลุ้นแชมป์ บุนเดสลีกา ...

"ลูเซียง ฟาฟร์" เทรนเนอร์คนดังของ "โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์" ยอมรับว่า ทีมตนมีโอกาสเหลือน้อยมากๆ ที่จะคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาลนี้ หลังจากที่แพ้ "บาเยิร์น มิวนิค" 0-1 คารัง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ดอร์ทมุนด์ หวังเก็บ 3 แต้มในบ้าน เพื่อจะได้ลดช่องว่างระหว่าง บาเยิร์น เพียงแต้มเดียว ซึ่งทั้งสองทีมต่างทำผลงานในสนามได้ยอดเยี่ยมมาก แต่สุดท้ายเป็น เสือใต้ ที่เด็ดขาดกว่า และเอาชนะไปได้ในที่สุด

เกมนี้ "บาเยิร์น" ได้ประตูชัยจากลูกยิงสุดเหนือชั้นของ 'โยชัว คิมมิช" นาทีที่ 43 ซึ่งการปราชัยครั้งนี้ของ "ดอร์ทมุนด์" ทำให้พวกเขาที่รั้งอันดับสองในตารางคะแนน บุนเดสลีกา ยังคงมี 57 แต้มเท่าเดิม หลังลงแข่งไปแล้ว 28 นัด ขณะที่ "เสือใต้" ที่นำจ่าฝูง โกยคะแนนหนีเป็น 7 แต้มแล้ว 

"จริงๆ แล้วตลอดทั้งเกม 90 นาที เราก็เล่นกันได้ดี แต่เราน่าจะเล่นเกมรุกได้เร็วกว่านี้ รวมถึงเรื่องความเด็ดขาดด้วย ส่วนเรื่องแชมป์นั้น คงยากแล้ว เราตามหลัง 7 แต้ม และเหลือเกมให้เตะอีกแค่ 6 นัด" กุนซือเลือดสวิสวัย 62 ปี เปิดใจหลังเกม 

ด้าน มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังจอมแกร่ง ดอร์ทมุนด์ ก็มองในทิศทางเดียวกับกุนซือ "ตอนนี้เราต้องพยายามคว้าชัยชนะให้ได้รวดใน 6 เกมที่เหลือ แต่หลังจากนี้เป็นต้นไป บาเยิร์น คือผู้กุมชะตากรรมตัวเองว่า สุดท้ายจะได้แชมป์หรือไม่"

เจ๋งสุดแล้ว! ร็อบเบนเผยใครคือโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก

ร็อบเบน เปิดใจ! กุนซือคนไหนเก่งที่สุด นับตั้งแต่เคยร่วมงานมา

"อาร์เยน ร็อบเบน" อดีตยอดปีกชาวดัตช์ เปิดเผยว่า "โจเซป กวาร์ดิโอล่า" ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นกุนซือที่เก่งที่สุดในโลก หลังจากทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่ "บาเยิร์น มิวนิค" ร็อบเบน เคยอยู่ในวงการฟุตบอลมานาน และประสบความสำเร็จในอาชีพอย่างมาก และเขาก็ได้ร่วมงานกับกุนซือเก่งๆ หลายคน โดยอดีตแข้งเลือดอัศวินสีส้มเผยว่า เป๊ป เป็นกุนซือที่เก่งที่สุดเท่าที่เค้าเคยร่วมงานด้วย

"ร็อบเบน" เล่นฟุตบอลอาชีพเป็นเวลาราว 19 ปี ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้ร่วมงานกับกุนซือชื่อดังหลายคน อย่างเช่น กวาร์ดิโอล่า, คาร์โล อันเชล็อตติ, จุ๊ปป์ ไฮย์เกส และ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นต้น ซึ่ง "บาเยิร์น" ถือเป็นทีมที่เขาประสบความสำเร็จด้วยมากที่สุด จากการได้แชมป์มากมายก่ายกอง อาทิเช่น แชมป์ บุนเดสลีกา 8 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 หน

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ โซคราเตส นิตยสารเล่มหนึ่งของประเทศเยอรมนีว่า "ผมรักฟุตบอล และเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือรักฟุตบอลแบบเกมรุก ซึ่ง เป๊ป ก็ถือเป็นปรมาจารย์ในด้านนั้น เขาให้ความสำคัญกับการเล่นเกมรุกและการครองบอล แน่นอนว่าผมชอบเรื่องแบบนั้นมากเป็นพิเศษ มันถือว่าเรามีแนวคิดแบบเดียวกันเป๊ะ เขาทำให้มั่นใจว่าผมจะเป็นนักเตะที่ครบเครื่องมากกว่าเดิม สำหรับผมแล้ว เป๊ป คือโค้ชที่เก่งที่สุดของโลก 3 ปีที่ได้ร่วมงานกับเขาที่ มิวนิค มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ความรู้เยอะมากๆ"

ร็อบเบน เสริมว่าตอนแรกไม่มั่นใจว่าการย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ บาเยิร์น จะเป็นการตัดสินที่ดีรึเปล่า "ตอนนั้นความหวังเดียวของผมคือการได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนั้น บาเยิร์น ก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในทีมชั้นยอดของทวีปยุโรป แต่สุดท้ายผมก็ยอมเสี่ยง และมันก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ตอนนั้นมันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายสำหรับผมเลย แต่สุดท้ายแล้วการมาอยู่กับ บาเยิร์น ก็เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของผมล่ะนะ"


ด่ายับ! ดูเด็คเผยเวนเกอร์เคยโทรมาด่าที่ตนไม่ซบอาร์เซน่อลแต่เลือกลิเวอร์พูล

มันได้ผล ! ดูเด็ค เผย คาร์รา พูดอะไรก่อนดวลจุดโทษกับ มิลาน UCL ปี ...

"เจอร์ซี่ย์ ดูเด็ค" อดีตผู้รักษาประตูชาวโปแลนด์ เปิดเผยว่า "อาร์แซน เวนเกอร์" ตำนานผู้จัดการทีม "อาร์เซน่อล" สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึงขั้นโทรศัพท์มาแสดงความไม่พอใจ หลังจากที่ "ไอ้ปืนใหญ่" อดได้ตนไปร่วมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2001 ในอดีต อาร์เซน่อล กับ ลิเวอร์พูล ต่างเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ และยิ่งใหญ่อย่างมาก ซึ่งในอดีต ดูเด็ค เคยมีข่าวกับ ไอ้ปืนใหญ่ อย่างหนัก แต่สุดท้ายอดีตนายด่านชาวโปแลนด์ได้ย้ายซบ หงส์แดง

"ดูเด็ค" เคยตกเป็นข่าวกับ "อาร์เซน่อล" อย่างหนักในตอนที่ยังอยู่กับ "เฟเยนูร์ด" โดยตอนนั้นเจ้าตัวก็สนใจที่จะย้ายทีมด้วย เพราะอยากไปหาความท้าทายใหม่ๆ แต่สุดท้ายเป็น "ลิเวอร์พูล" ที่ได้เขาไปร่วมทัพ และเจ้าตัวก็ได้เป็นมือ 1 ให้ทีมอยู่พักหนึ่ง รวมถึงได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ร่วมกับ "หงส์แดง" อย่างละ 1 สมัย

ดูเด็ค เผยว่า "อาร์แซน เวนเกอร์ โทรศัพท์มาหาผม เขาโมโหมากๆ เขาแทบจะตะโกนเลยด้วยซ้ำที่ผมไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่ อาร์เซน่อล หลังจากเล่นที่ เฟเยนูร์ด เป็นเวลา 5 ปีแล้วน่ะ ผมก็พร้อมที่จะเจอกับความท้าทายใหม่ๆ ในช่วงซัมเมอร์ของปีนั้นผมไปอยู่ที่กรุงลอนดอนอยู่พักหนึ่ง และ เวนเกอร์ ก็ถึงขั้นพาผมเดินชม ไฮจ์บิวรี่ กับสนามซ้อมของที่นั่น"

ยังครองสถิติ! เออร์วินปลื้มยังไร้ทีมในอังกฤษทาบสถิติแมนฯยูไนเต็ดที่เคยทำไว้ได้

เออร์วิน ไม่กลัวเงิบฟันธง น้ามู พา ผี เถลิงแชมป์บิ๊กเอียร์ซีซั่นนี้

"เดนิส เออร์วิน" ตำนานฟูลแบ็กของ "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" กล่าวว่ารู้สึกภูมิใจมากๆ ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีทีมไหนจากเกาะอังกฤษที่สามารถคว้าทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ภายในฤดูกาลเดียวกัน เหมือนอย่างที่ "ปีศาจแดง" เคยทำได้ในซีซั่น 1998-99 หลายปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด เคยทำผลงานได้สุดยอด และประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปีเดียว และเป็นถ้วยแชมป์ที่ยิ่งใหญ่มาก

ฤดูกาลดังกล่าวถือเป็นซีซั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของ "แมนฯ ยูไนเต็ด" โดยมันยังถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1962 ที่พวกเขาได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" ด้วย ซึ่งถึงแม้ในฤดูกาล 2000-01 "ลิเวอร์พูล" จะเคยได้ทริปเปิ้ลแชมป์เหมือนกัน จากการได้แชมป์ เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และ ยูฟ่า คัพ แต่ในกรณีของการได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นเดียวกันนั้น มันยังไม่มีใครทำได้อีกเลยนับตั้งแต่ที่ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ชุดนั้นเคยทำสำเร็จ

เออร์วิน เผยว่า "ตอนที่เราได้แชมป์มาครองน่ะ ผมคิดว่าตอนนั้นเราโล่งอกกันสุดๆ เพราะเราพยายามทำอย่างนั้นให้ได้มา 4 หรือ 5 ปีแล้ว ในปี 1999 เราผ่านรอบแบ่งกลุ่มที่ถือเป็นกลุ่มที่หินสุดๆ มาได้ รวมถึงยังผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศซึ่งยากมากๆ ทั้งกับ อินเตอร์ และ ยูเวนตุส มาได้ด้วย"

"ในรอบชิงชนะเลิศเราต้องมาเจอกับ บาเยิร์น ซึ่งเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ที่จริงวันนั้นเราเล่นกันได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เราก็เอาตัวรอดมาได้ และมีโชคช่วยตามที่เราสมควรจะได้รับ มันเป็นช่วง 10 วันที่ยอดเยี่ยม เราได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ แล้วจากนั้นก็ปิดท้ายด้วยการได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันมีโอกาสที่จะมีใครทำแบบนั้นได้อีกรึเปล่าน่ะเหรอ ? คือที่ผ่านๆ มามันก็มีบางทีมที่เกือบจะทำได้น่ะนะ และผมก็คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าการได้ทั้ง 3 แชมป์ใหญ่ในฤดูกาลเดียวกันมันทำได้ยากมากแค่ไหน ผมดีใจมากๆ ที่เรายังเป็นทีมเดียวที่ทำเรื่องยิ่งใหญ่อย่างนั้นได้อยู่"

จริงจังสุดๆ! คาร์ราเกอร์เผยเคยเกือบชกเพื่อนร่วมทีมในระหว่างการแข่งขัน

เอ๋อโหมดโหด! คาร์ร่า เผยเคยเกือบสาวหมัดใส่เพื่อนหงส์ กลางสนาม

"เจมี่ คาร์ราเกอร์" อดีตยอดกองหลังของ "ลิเวอร์พูล" สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนเคยเกือบชก "อัลบาโร่ อาร์เบลัว" อดีตเพื่อนร่วมทีมในระหว่างการแข่งขันมาแล้ว คาร์ราเกอร์ เคยทำผลงานได้โดดเด่นกับ ลิเวอร์พูล จนเป็นกำลังของทีม ซึ่งเขามีความดุดันเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว และมักจะมีเรื่องกับคนอื่นๆ อยู่บ่อยๆ

ตอนนี้ในวงการกีฬากำลังมีการพูดถึง The Last Dance ซีรี่ส์ที่ฉายทางเน็ตฟลิกซ์อย่างมาก โดยมันเกี่ยวกับอาชีพการเล่นของ ไมเคิ่ล จอร์แดน ตำนานแห่งวงการบาสเก็ตบอล และ ชิคาโก้ บูลล์ส ทีมดังของ เอ็นบีเอ ในฤดูกาล 1997-98 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายของ จอร์แดน กับการเล่นให้ บูลล์ส และมันก็มีการพูดถึงเรื่องที่ จอร์แดน มักจะโดนตำหนิที่มีปากเสียงกับเพื่อนร่วมทีมอย่างหนักด้วย

คาร์ราเกอร์ ซึ่งดูซีรี่ส์ดังกล่าวเช่นกันนั้น เผยว่า "เขา (จอร์แดน) คือนักบาสเกตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาลอย่างไม่ต้องสงสัย ในฐานะคนที่อยู่ในวงการฟุตบอลแล้วผมไม่ได้ใกล้เคียงกับระดับของเขาเลย เขาทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีมหลายครั้งเพราะเขาจริงจังสุดๆ เมื่อคุณมีอารมณ์ร่วมกับอะไรก็ตามอย่างมากแล้วน่ะ มันก็จะทำให้คุณทุ่มเทเต็มที่จนถึงขั้นไปอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินว่าจะข้ามเส้นกั้น (เกี่่ยวกับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม) รึเปล่า มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะไม่ข้ามเส้นกั้นที่ว่า"

"ผมเองเคยเกือบที่จะอัดหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของผม หรือชก อาร์เบลัว ตอนที่อยู่ในสนามฟุตบอลด้วยซ้ำ ผมไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจหรอกนะ แต่มันเป็นเรื่องที่ยังไงซะก็ต้องเกิดขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่งอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะเกิดเรื่องแบบนั้นในสนามซ้อมได้เป็นธรรมดา เพราะคุณจะจริงจังมากๆ, คุณอยากชนะ ทุกอย่างมันมีความสำคัญ และบางครั้งคุณก็จะเผลอข้ามเส้นกั้นที่ว่าไป"